เราเป็นนายหน้าอิสระ รับจ้างเป็นนายหน้าขายบ้าน นายหน้าขายคอนโด นายหน้าขายโรงแรม นายหน้าตึกแถว นายหน้าขายอาคารพาณิชย์ นายหน้าขายที่ดิน นายหน้าขายโกดัง นายหน้าโฮมออฟฟิต นายหน้าขายกิจการต่างๆ นายหน้าขายพื้นที่เช่า หรือแม้กระทั่งขายพื้นที่ในศูนย์อาหาร ขายพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ตามต่างจังหวัดต่างๆ

ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย เพียงท่านโทรหาเรา เราจะพยายามหาลูกค้าให้ท่านอย่างสุดความสามารถและเราจะพยายามช่วย แบ่งเบางานของท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับให้ปรับปรุงบ้านก่อนที่ท่านจะขายออกไป หรืองานปรับปรุงห้องเช่าก่อนที่จะให้ลูกค้าของท่านเข้าพักเราก็มีให้ (เฉพาะเขตกทม และปริมณฑล) หรือท่านจะให้เราถมดินก่อนที่ท่านจะประกาศขายบ้านออกไป เราก็สามารถช่วยท่านได้ ทั้งเรื่องทำความสะอาด ก่อนและหลังที่ท่านจะขาย หรือ ให้เช่าต่อไป เราก็ทำได้

นายหน้า (brokerage) เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง ซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “นายหน้า” (broker) เพื่อตอบแทนการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้เขาได้เข้าทำสัญญากับบุคคลอีกฝ่ายสัญญานายหน้าอยู่ในบังคับแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 16 นายหน้า ซึ่งตำราบางเล่มเรียก “กฎหมายลักษณะนายหน้า”

เมื่อนายหน้าเป็นสัญญาประเภทหนึ่ง จึงต้องนำกฎหมายลักษณะสัญญามาใช้ด้วย เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายลักษณะนายหน้า

เรื่องนายหน้านี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี เพราะประกอบด้วย (1) สัญญานายหน้า และ (2) สัญญาที่นายหน้าชี้ช่องให้เกิดขึ้น ถ้าไม่อ่านให้ดีอาจฉงนสนเท่ห์ได้

การที่บุคคลหนึ่งอาศัยอีกบุคคลหนึ่งช่วยเปิดทางไปสานสัมพันธ์ทางกฎหมายกับบุคคลที่สาม แทนที่จะเข้าหาบุคคลที่สามโดยตรงเลยนั้น อาจเป็นเพราะไม่รู้จักมักคุ้นด้วยกัน หรือไม่รู้จะติดต่อพบปะกันได้อย่างไร เป็นต้น บุคคลที่ช่วยเปิดทางนั้นจึงเป็นเสมือนสื่อกลางให้ผู้อื่นเกิดมา สร้างความสัมพันธ์กันในหลาย ๆ รูปแบบ โดยเฉพาะนิติสัมพันธ์ และบุคคลนี้เรียกว่า “นายหน้า”

สำหรับนายหน้าเอง อาจช่วยเหลือเช่นนั้นเพราะหวังเงินตอบแทน หรือเพราะเป็นญาติสนิทมิตรสหายกันก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว นายหน้า มักทำหน้าที่ด้วยประสงค์ต่อค่าบำเหน็จ โดยเฉพาะนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์, นายหน้าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และนายหน้าจัดหางานเป็นต้น

การใดมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การนั้นเป็นโมฆียะ (ป.พ.พ. ม. 153)

บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้อง รับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมี เงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

นายหน้ามีสิทธิจะได้รับชดได้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้เช่นนั้นความข้อนี้ท่านให้ใช้บังคับแม้ถึงว่าสัญญาจะมิได้ทำกันสำเร็จ (ป.พ.พ. ม. 845)

ตาม ป.พ.พ. ม. 848 นายหน้าไม่ต้องรับผิดในสัญญาที่ตนเป็นสื่อให้เกิดขึ้น เพราะนายหน้ามิได้เกี่ยวข้องกับสัญญานั้นโดยตรง เว้นแต่คู่สัญญาดังกล่าวไม่ทราบนามของคู่สัญญาอีกฝ่าย เพราะนายหน้าไม่ยอมบอก อันทำให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นไม่ทราบจะไปบังคับชำระหนี้ กับใคร และเพื่อป้องกันนายหน้าทุจริตคิดไม่ซื่อด้วย ในกรณีเช่นนั้น นายหน้าต้องรับผิดตามสัญญาที่ตนเป็นสื่อให้เกิดขึ้นนั้นแทน (มิใช่รับผิดตามสัญญานายหน้า)

“ชื่อ” ในถ้อยคำ “...มิได้บอกชื่อของฝ่ายหนึ่งให้รู้ถึงอีกฝ่ายหนึ่ง” (”...has not communicated the name of a party to the other party.”) หมายถึง ชื่อตัวและชื่อสกุลของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย ตามที่ปรากฏในทะเบียนของทางราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสำมะโนครัว หรือ บัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น เพราะการฟ้องร้องบังคับคดีกันต้องใช้ชื่อตามทะเบียนเช่นนี้

ในสัญญาที่นายหน้าเป็นสื่อให้เกิดขึ้นระหว่างผู้วานนายหน้ากับบุคคลอื่น หากต้องมีการรับเงินหรือชำระหนี้ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า นายหน้าไม่มีอำนาจทำเช่นนั้นแทนผู้วานนายหน้า ดังที่ ป.พ.พ. ม. 849 ว่า “การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า นายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา” ทั้งนี้ เนื่องจากนายหน้ามีหน้าที่เพียงเป็นสื่อให้ผู้วานนายหน้า ได้ทำสัญญากับบุคคลอื่น และนายหน้าที่ก็มิใช่ตัวแทนของผู้วานนายหน้าด้วย นายหน้าจึงไม่ควรสอดเรื่องอันมิใช่ธุระตน

คำว่า “สันนิษฐานไว้ก่อน” หมายความว่า สามารถพิสูจน์หักล้างได้ในภายหลัง เช่น นายหน้าอาจนำสืบว่า ที่จริงแล้ว ผู้วานนายหน้า มอบหมายให้ตนทำหน้าที่รับชำระหนี้แทนได้

© 2015 hubsagent.com All Rights Reserved.